TOKYO STREET VIBES //

Japanese Street Fashion – แรงบันดาลใจแฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่นสไตล์สตรีท

Japanese Street Fashion – แรงบันดาลใจแฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่นสไตล์สตรีท

 

แฟชั่นสตรีทจากแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เป็นวัฒนธรรมการแต่งตัวที่สาวๆ ทั่วโลกหลงใหลมาหลายทศวรรษ จากย่านฮาราจูกุ ที่เปิดประตูสู่ความสร้างสรรค์ไม่จำกัด แฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่น จึงกลายเป็นแหล่งแรงบันดาลใจสำคัญของสาวสตรีทรุ่นใหม่ ที่อยากแต่งตัวให้มีเอกลักษณ์ ไม่ตามกระแสจนเสียตัวตน

ในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักจุดกำเนิด สำรวจสไตล์ยอดฮิต พร้อมเคล็ดลับการ Mix & Match ที่หยิบไปใช้ในชีวิตจริงได้ทันที ไม่ว่าคุณจะเป็นสายมินิมอล สายหวาน หรือสายเท่ก็ตาม

Contents hide
1 Japanese Street Fashion – แรงบันดาลใจแฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่นสไตล์สตรีท

รู้จักจุดกำเนิดแฟชั่นสตรีทญี่ปุ่น

ก่อนเริ่มแต่งตัวตามสไตล์ใดก็ตาม การเข้าใจที่มาจะช่วยให้เลือกแต่งได้ตรงจริต ไม่ใช่แค่เลียนแบบรูปจากอินสตาแกรม

ORIGIN

จากฮาราจูกุสู่กระแสแฟชั่นระดับโลก

ย่านฮาราจูกุในกรุงโตเกียว ถือเป็นจุดเริ่มต้นของแฟชั่นสตรีทญี่ปุ่นที่แท้จริง ตั้งแต่ช่วงยุค 80-90 วัยรุ่นญี่ปุ่น เริ่มสร้างสไตล์ของตัวเองโดยไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ใดๆ ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกกับเอกลักษณ์ท้องถิ่น จนเกิดสับคัลเจอร์หลากหลาย ตั้งแต่ Lolita, Visual Kei ไปจนถึง Decora

จากย่านเล็กๆ กลายเป็นแลนด์มาร์กที่ดีไซเนอร์ระดับโลกจับตามอง นิตยสารแฟชั่นต่างประเทศพากันลงพื้นที่ถ่ายภาพ “Harajuku Girls” จนทำให้สไตล์นี้แพร่กระจายไปทั่วโลก อิทธิพลที่ส่งต่อมาถึงเทรนด์ปัจจุบันก็ยังเห็นได้ชัด

ATTRACT

ทำไมแฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่นถึงเป็นที่จับตามอง

แฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่นโดดเด่น เพราะกล้าทดลองและไม่กลัวที่จะแตกต่าง สาวญี่ปุ่นมองเสื้อผ้า เป็นเครื่องมือบอกเล่าตัวตน ไม่ใช่แค่สิ่งปกปิดร่างกาย ทำให้แต่ละลุคมีรายละเอียดที่ผ่านการคิดมาแล้ว

อีกเรื่องที่ทำให้สาวไทยหลงรัก คือการให้ความสำคัญกับ Proportion และ Silhouette ใช้เสื้อผ้าทรงหลวมแต่ดูเรียบหรู ใส่สีนวลๆ แต่ไม่จืด เคล็ดลับเหล่านี้ทำให้แม้แต่ไอเทมราคาเบาๆ ก็ดูแพงขึ้นได้

 


TOKYO TREND REPORT //

5 สไตล์เด่นในแฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่นแนวสตรีท

5 สไตล์เด่นในแฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่นแนวสตรีท

 

แฟชั่นแนวนี้ไม่ได้มีแค่หน้าเดียว แต่แตกแขนงเป็นหลายสไตล์ที่ตอบโจทย์บุคลิกต่างกัน มาดู 5 แนวที่น่าหยิบมาลองกัน

Harajuku Style – สีสันจัดเต็ม ไม่ซ้ำใคร

สไตล์ที่เป็นภาพจำของแฟชั่นญี่ปุ่นมากที่สุด เน้นสีสันสดใส ลายกราฟิกแปลกตา และการมิกซ์ของหลายชิ้น ที่ดูเหมือนไม่เข้ากันแต่กลับลงตัว เหมาะกับสาวที่ชอบเป็นจุดสนใจและไม่กลัวสายตา

ไอเทมหลักได้แก่ เสื้อยืดลายการ์ตูน กระโปรงสั้นจับจีบ ถุงเท้ายาวสีสด และแอ็กเซสซอรี่ตัวใหญ่อย่างโบว์ผม คลิปติดผม หรือกระเป๋าทรงแฟนซี

Casual Tokyo – มินิมอลแบบสาวเมือง

ตรงข้ามกับ Harajuku คือสไตล์ที่เน้นความเรียบง่าย โทนสีกลางอย่างขาว ดำ เบจ น้ำตาล แต่มีการเลือกเนื้อผ้าและทรงเสื้อที่พิถีพิถัน เหมาะกับชีวิตในเมืองที่ต้องเดินทางบ่อย ดูดีโดยไม่ต้องพยายาม

ไอเทมประจำคือเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ กางเกง Wide-Leg ผ้าเทเลอร์ รองเท้าผ้าใบสีขาวล้วน และกระเป๋าหนังเรียบๆ สีเอิร์ธโทน

Mori Girl – หวานละมุนสไตล์เนเชอรัล

“Mori” แปลว่าป่าในภาษาญี่ปุ่น สไตล์นี้จึงให้ฟีลธรรมชาติ อ่อนหวาน เหมือนสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากป่า ใช้โทนสีเอิร์ธโทน เนื้อผ้าฝ้าย ลินิน ผสมลูกไม้บางๆ

จุดเด่นคือการ Layering หลายชั้นแต่ดูเบาสบาย เช่น เดรสยาวซ้อนเสื้อคลุมแขนพอง ใส่ถุงเท้ายาวกับรองเท้าหนังย้อนยุค เหมาะกับสายโบฮีเมียนที่ไม่อยากดูเปิดเผยมาก

Y2K Revival – ย้อนยุคในแบบสาวโตเกียวยุคใหม่

กระแสยุค 2000 กลับมาแรงในญี่ปุ่นเช่นกัน แต่สาวโตเกียวเอามาตีความใหม่ ให้ดูทันสมัยกว่าต้นฉบับ เน้นเสื้อ Crop Top กางเกงเอวต่ำ ขนาดที่ Pop และวัสดุมันวาว

ของที่ขาดไม่ได้คือ แว่นกันแดดเฟรมเล็ก กระเป๋าใต้รักแร้ และเครื่องประดับโลหะ สีสดอย่างชมพูเข้ม ฟ้าเทอร์ควอยซ์ และม่วง คือพระเอกของลุคนี้

Streetwear Edge – แต่งดิบเท่แบบไม่ตั้งใจ

สไตล์ที่ได้แรงบันดาลใจจากฮิปฮอป สเก็ตบอร์ด และวัฒนธรรม Underground เน้นเสื้อโอเวอร์ไซส์ กางเกงคาร์โก้ รองเท้าผ้าใบทรงหนา เน้นความสบายแต่มี Attitude

สาวญี่ปุ่นมักเอาไอเทมสายลุยแบบนี้ มาคู่กับแอ็กเซสซอรี่ผู้หญิง เช่น ต่างหูมุก คลิปติดผม เพื่อบาลานซ์ความ Tomboy ให้ยังดูละมุน

เคล็ดลับ Mix & Match สไตล์สาวญี่ปุ่นให้ดูเป็นธรรมชาติ

รู้จักสไตล์แล้วก็มาถึงส่วนสำคัญที่สุด คือการนำมาประยุกต์กับชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ก๊อปรูปจาก Pinterest มาใส่

เทคนิค Layering ซ้อนเลเยอร์อย่างไรไม่ให้ดูรก

หลักง่ายๆ คือ “หลวม-รัด-หลวม” หรือ “ยาว-สั้น-ยาว” สลับน้ำหนักของแต่ละชั้นไม่ให้บล็อก เช่น เสื้อตัวในรัด สวมเสื้อคลุมโอเวอร์ไซส์ทับ แล้วใส่กางเกงทรงหลวมอีกชั้น สายตาจะมีจุดให้พักตามจังหวะ

อีกเทคนิคคือเลือกเนื้อผ้าให้ต่างกัน เช่น เสื้อยืดคอตตอนคู่กับเสื้อแจ็กเก็ตเดนิม คู่กับกระโปรงผ้าตูล เนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มมิติให้ลุคโดยไม่ต้องใช้สีจัด

คุมโทนสีแบบ Japanese Color Palette

สาวญี่ปุ่นเก่งเรื่องการคุมโทน ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม Earth Tone, Neutral หรือ Pastel ที่ดูสบายตา หลีกเลี่ยงการใช้สีสด 3-4 สีพร้อมกัน เพราะจะดูฉูดฉาดและเสียบาลานซ์

สูตรง่ายๆ คือเลือกสีหลัก 1 สี สีรอง 1 สี และสีจุดเน้นอีก 1 สี รวมไม่เกิน 3 สีในลุคเดียว ถ้าใส่สีโทนกลางทั้งชุดก็เพิ่ม Pop of Color ได้ทางกระเป๋าหรือถุงเท้า

เลือกแอ็กเซสซอรี่เป็นตัวชูลุค

สิ่งที่ทำให้แฟชั่นญี่ปุ่นต่างจากชาติอื่นคือ ดีเทลของแอ็กเซสซอรี่ ตั้งแต่คลิปติดผมตัวเล็ก โบว์มัดผม ต่างหูมุก สายโซ่เล็กๆ ไปจนถึงกระเป๋าทรงไม่เหมือนใคร

หลักคือเลือก 1-2 ชิ้นที่เป็น Focal Point อย่ายัดเยียดเครื่องประดับเยอะเกินไป จะกลายเป็นรกแทนที่จะเก๋

 


J-STREET GUIDE //

ไอเทมต้องมีในตู้เสื้อผ้าของสาวสตรีทสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเทมต้องมีในตู้เสื้อผ้าของสาวสตรีทสไตล์ญี่ปุ่น

 

ถ้าอยากเริ่มแต่งตัวสไตล์นี้ ลงทุนกับไอเทมพื้นฐานที่ใช้ได้ทุกฤดูก่อน ไม่ต้องซื้อเยอะแต่เลือกให้คุ้ม

เสื้อโอเวอร์ไซส์และเชิ้ตทรงหลวม

หัวใจของสไตล์ญี่ปุ่นคือ Silhouette ที่ดูสบาย ไม่รัดรูป เสื้อเชิ้ตขาวทรงโอเวอร์ไซส์ ใช้ได้กับแทบทุกโอกาส ใส่เป็นเสื้อตัวหลักก็ได้ สวมทับเสื้อยืดก็ได้ ส่วนเสื้อสเวตเตอร์ทรงกล่องโทนกลาง ก็เป็นตัวจบลุคเมื่อต้องการความอบอุ่น

แนะนำให้เลือกขนาดใหญ่กว่าตัวเอง 1-2 ไซส์ พับแขนหรือสอดชายเสื้อเข้ากางเกงนิดหน่อย เพื่อสร้าง Proportion

กางเกง Wide-Leg และยีนส์วินเทจ

กางเกงทรงหลวมขายาว คือสัญลักษณ์ของแฟชั่นโตเกียวยุคใหม่ ทั้งทรง Wide-Leg ผ้าเทเลอร์สำหรับสายเรียบ และยีนส์วินเทจขาบานสำหรับสายลุย ช่วยซ่อนสัดส่วนที่ไม่มั่นใจ และทำให้ดูสูงขึ้น

ทริคคือเลือกกางเกงเอวสูงพอดีตัว ความยาวแตะหลังเท้าหรือคลุมส้นรองเท้าเล็กน้อย จะได้สัดส่วนที่ดูยาวและสมส่วน

รองเท้ากับกระเป๋าที่เปลี่ยนลุคได้ทันที

รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่ใจ คือไอเทมที่ขาดไม่ได้ ใส่ได้ทั้งกับกระโปรงและกางเกง ส่วน Mary Jane หรือ Loafer หนังก็ช่วยเพิ่มความเรียบร้อย เมื่อต้องการลุคที่ดูเป็นทางการขึ้น

กระเป๋าเองก็สำคัญ กระเป๋า Tote ขนาดใหญ่ไว้ใช้วันธรรมดา และกระเป๋าทรงเล็กใต้รักแร้ สำหรับวันที่อยากดูเก๋ ลงทุน 2 ใบนี้ก็พอใช้ได้ยาวๆ หลายปี

ช้อปแฟชั่นสาวญี่ปุ่นแนวสตรีทได้ที่ไหน

สำหรับสาวไทยที่อยากลองแต่ไม่ได้บินไปโตเกียวบ่อยๆ ก็มีช่องทางช้อปที่เข้าถึงได้ไม่ยาก

แบรนด์สตรีทญี่ปุ่นที่สาวไทยเข้าถึงได้

แบรนด์ระดับ Mass อย่าง Uniqlo และ GU เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะมีสาขาในไทยและราคาเป็นมิตร เน้นเบสิกคุณภาพดี ส่วนสายงบสูงขึ้นมาหน่อยลองมองหา Beams, United Arrows หรือ Studious ที่มีคอลเลกชัน Mix ของแบรนด์ญี่ปุ่นและต่างประเทศ

ถ้าชอบสายดีไซเนอร์จะมี Comme des Garçons, Issey Miyake หรือ Yohji Yamamoto ราคาสูงแต่ใช้ได้ทั้งชีวิตและถือเป็น Investment Piece

แหล่งช้อปออนไลน์และร้านมือสองคุณภาพดี

แพลตฟอร์มออนไลน์ที่สาวไทยใช้บ่อย ได้แก่ ZOZOTOWN, Rakuten Fashion และ Mercari สำหรับของพรีเมียมมือสองสภาพดี บริการนำเข้าแบบ Proxy ก็ช่วยให้ช้อปจากเว็บไทยตรงๆ ได้ง่าย

ร้านมือสองในไทยอย่างจตุจักร ตลาดประตูน้ำ หรือร้าน Thrift บนอินสตาแกรม ก็มีเสื้อผ้าญี่ปุ่นแท้ที่ราคาน่ารักเข้ามาเรื่อยๆ ลองตามแอ็กเคานต์ไว้แล้วจะเจอของดีไม่ขาด

 


STREETSTYLE Q&A //

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่น (FAQ)

 

Q

แฟชั่นผู้หญิงญี่ปุ่นเหมาะกับสาวที่ตัวเล็กหรือตัวสูงกว่ากัน?

A

เหมาะกับทุกสรีระ เพราะหัวใจของสไตล์นี้คือการเล่นกับ Proportion สาวตัวเล็กควรเลือกเสื้อโอเวอร์ไซส์ ที่ไม่ยาวเกินสะโพกและกางเกงเอวสูงเพื่อยืดขา ส่วนสาวตัวสูงสามารถใส่เลเยอร์ได้เต็มที่ และเลือกกางเกงขายาวคลุมส้นได้สบาย

Q

เริ่มต้นแต่งตัวสไตล์ญี่ปุ่นด้วยงบประมาณเท่าไหร่ดี?

A

เริ่มได้ที่งบประมาณ 3,000-5,000 บาท สำหรับชุด Capsule Wardrobe เบื้องต้น ประกอบด้วยเสื้อเชิ้ตขาวโอเวอร์ไซส์ 1 ตัว กางเกง Wide-Leg 1 ตัว ยีนส์วินเทจ 1 ตัว และรองเท้าผ้าใบขาว 1 คู่ จาก Uniqlo หรือ GU จากนั้นค่อยๆ เพิ่มไอเทมตามสไตล์ที่ชอบ

Q

แฟชั่นญี่ปุ่นแบบไหนใส่ทำงานได้บ้าง?

A

Casual Tokyo คือคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด เลือกเชิ้ตโอเวอร์ไซส์โทน Neutral คู่กับกางเกง Wide-Leg ผ้าเทเลอร์ และ Loafer หนัง จะได้ลุคที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่ยังมีกลิ่นอายสตรีท เหมาะกับออฟฟิศที่ไม่เคร่งเรื่อง Dress Code มากนัก